ทั่วไป

ตำแหน่งการติดตั้ง และรูปทรง

ตำแหน่งการติดตั้งเป็นปัจจัยที่บอกว่าเราควรเลือกกล้องรูปร่างลักษณะไหน โดยในปัจจุบันที่นิยมใช้จะแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ

      กล้องวงจรปิด ( CCTV = Closed-circuit television ) คือ การใช้กล้องวีดีโอเพื่อถ่ายทอดภาพไปยังอุปกรณ์ ปลายทาง อาทิเช่น จอมอนิเตอร์ หรือ เครื่องบันทึกภาพ ซึ่งแตกต่างกับระบบกระจายสัญญาณโทรทัศน์ทั่วไป ที่กระจายภาพทางอากาศไปยังทุกที่ที่สัญญาณภาพกระจายไปถึง แต่กล้องวงจรปิดจะจับภาพในพื้นที่เฉพาะจุดและกล้องวงจรปิดมักจะถูกใช้บ่อย ในการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ เช่น สนามบิน ธนาคาร ร้านค้า โรงงาน จุดล่อแหลม ต่างๆ เรียกเป็น ระบบกล้องวงจรปิด ทั้งหมดแต่ไม่แค่นั้น กล้องวงจรปิด ยังสามารถใช้ประโยชน์ อย่างอื่นนอกจากการเฝ้าระวัง ได้อีกดังนี้

ประโยชน์ของกล้องวงจรปิด

  • เฝ้าระวังความปลอดภัยของบุคคลและสถานที่ ควรมีบุคคลนั่งตรวจสอบหน้าจอโดยเฉพาะ และควรมีระบบแจ้งเตือนด้วย
  • ตรวจสอบการทำงานของพนักงานหรือ การทำงานของเครื่องจักรทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ เช่น ใช้ดูสังเกตุการจากพื่นที่ไกล เพื่อควบคุมจากระยะไกล
  • ตรวจสอบคุณภาพ เช่นใช้ดูชิ้นงานจาก Line การผลิต จากห้องควมคุมกลาง ช่วยย่นระยะเวลาในการตรวจสอบได้
  • ใช้ดูภาพภายในห้องที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะกับการอยู่ของมนุษย์ เ่ช่น ห้องสารเคมีรุนแรง กลิ่นแรงหรือสิ่งที่ต้องการดูอยู่ในที่สูง หรืออยู่ไกลจากผู้ต้องการดู
  • ใช้ดูในจุดล่อแหลมเพื่อป้องกันตนเอง เช่น ดูผู้กดกริ่งหน้าบ้าน ดูผู้มาติดต่อ ดูในจุดเปลี่ยวอันตรายโดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปเสี่ยงในจุดนั้น
  • ใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี หรือเป็นหลักฐานป้องกันการกล่าวหา กรณีเกิดเหตุการไม่คาดคิด หรือเป็นหลักฐานการหมิ่นประมาท (ต้องใช้ไมล์เสียงประกอบด้วย)
  • ใช้เพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เช่น การให้ลูกค้าได้ดูงานกระบวนการผลิตอันมีมาตรฐานของโรงงาน หรือให้ดูปริมาณสินค้าในสต็อก
  • ใช้จับผิดผู้ต้องสงสัย เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี เช่น สงสัยการขโมยของจากพนักงานภายใน หรือดูพฤติกรรมพี่เลี้ยงเด็ก เป็นต้น มักจะใช้กล้องอำพราง โดยเฉพาะ
  • ใช้สำหรับการค้นคว้าวิจัย เรื่องต่างเฉพาะด้าน เช่น สัตวแพทย์ ใช้แอบดูพฤติกรรมสัตว์บางชนิดแบบไม่รบกวนสัตว์ เพื่อการศึกษา หรือนักเคมี นักสิ่งแวดล้อม ดูความเปลี่ยนแปลงของเมฆ หรือระดับน้ำ หรือสีของบ่อบำบัด เป็นต้น

      ภาพของกล้องวงจรปิดมักจะมีการบันทึกลงในอุปกรณ์ บันทึกภาพ (DVR = Digital Video Recorder) ในการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น สามารถบันทึกได้นานเป็นเดือน หรือเป็นปีเลยทีเดียว ซึ่งความแตกต่างเรื่องเวลาในการบันทึก มันขี้นกับปัจจัยหลายประการเช่น

  • ขนาดพื้นที่ของอุปกรณ์ในการบันทึกภาพ เช่น HDD มีปริมาณ มากน้อยแค่ไหน 500GB หรือ 1TB หรือ 2TB และใส่ HDD กี่ลูก (DVR แต่ละรุ่น รองรับจำนวน HDD ได้ไม่เท่ากัน)
  • ความละเอียดในการบันทึก จะถูกแบ่งย่อยออกเป็น อีก 3หัวข้อคือ 1.ขนาดของภาพ 2.เฟรมเรท 3.เบนด์วิทด์
  • รูปแบบการเข้ารหัสสัญญาณภาพ เช่น H.264 MPEG4 MJPEG เป็นต้น
  • การตั้งค่าการบันทึก เช่น เปิดระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว(Motion Detect) และการตั้งตารางการบันทึก(Schedule)

นอกจากนี้กล้องวงจรปิดยังสามารถแบ่งแยกประเภท ตามรูปร่างการทำงานของตัวกล้องออกเป็น 6 ประเภท คือ

1.กล้อง Box (Standard Camera) หรือกล้องวงจรปิดแบบมาตรฐาน

1.กล้อง Box
(Standard Camera)
หรือกล้องวงจรปิดแบบมาตรฐาน

       สำหรับกล้อง Box รูปร่างหน้าตาก็จะเป็นสี่เหลี่ยม คล้ายกล่องกระบอก กล้องวงจรปิดชนิดนี้เหมาะสำหรับติดตั้งภายในอาคารซึ่งเป็นกล้องที่ไม่มีระบบ Infrared และไม่มีเลนส์มาให้ด้วย เลนส์ต้องสั่งซื้อเพิ่มแยกต่างหากกล้องBox 

       ส่วนใหญ่จะติดตั้งภายในทางเดินในตัวอาคาร ตามที่มีแสงสว่างเพียงพอเพื่อให้กล้องสามารถบันทึกภาพได้ หรือบางครั้งเราจะเห็นกล้องอยู่ใน Housing ที่เป็นตัวป้องกันน้ำให้กล้อง Box อีกทีนึงเพราะกล้องไม่กันน้ำ แต่ถ้าหากต้องการบันทึกภาพในเวลากลางคืนด้วย ก็จะต้องใช้ Housing infrared เพื่อให้ถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ 

       ปัจจุบันจะไม่ค่อยเห็นกล้องชนิดนี้มากเท่าไรแล้วเพราะมีกล้อง Out Door ที่สามารถกันน้ำได้ ติดตั้งภายนอกได้โดยที่ไม่ต้องใช้ Housing แถมยังได้ระยะอินฟาเรดที่ไกลขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

2.กล้องวงจรปิดอินฟาเรด (Infrared Camera)

2.กล้องวงจรปิดอินฟาเรด
(Infrared Camera)

      กล้องวงจรปิดประเภทนี้นี้จะมีหลอด LED อยู่รอบๆ ด้านข้างของเลนส์กล้อง มีทั้งแบบที่เป็น กล้องโดม และกล้องกระบอกช่วยส่องสว่างในเวลากลางคืนภาพที่ได้ ภาพที่ได้ก็จะเป็นขาวดำ

      ซึ่งปัจจุบันก็ได้พัฒนาหลอด LED infrared มาใช้หลอด LED Array แทน กล้องรุ่นเก่าๆ ที่ใช้หลอด LED infrared ยิ่งเยอะเท่าไร ความร้อนของกล้องก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นไปด้วย ข้อดีของหลอด Infrared ยิ่งเยอะ ก็จะยิ่งถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ไกลขึ้น  แต่ข้อเสียความร้อนก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นทำให้กล้องมีอายุการใช้งานสั้นลง ดังนั้นปัจจุบันจึงได้มีการนำหลอด Array มาใช้งานแทนเพื่อให้กล้องมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น

3.กล้องวงจรปิดแบบโดม (Dome Camera)

3.กล้องวงจรปิดแบบโดม (Dome Camera)

           กล้องวงจรปิด ประเภทนี้เหมาะสำหรับติดตั้งภายในบ้าน ติดตั้งตามใต้ฝ้าเพื่อความสวยงาม กล้องโดม มีลักษณะเป็นกลมๆ มีทั้งแบบที่มี infrared และไม่มีInfrared บางรุ่นยังออกแบบมาให้สามารถป้องกันน้ำ ป้องกันฝนเข้าตัวกล้องได้อีก เหมาะสำหรับงานที่ต้องการเก็บซ้อนสายไว้บนฝ้า บ้านที่ตกแต่งเรียบร้อยแล้วเพื่อความสวยงามของตัวบ้าน

4.กล้องวงจรกระบอก (Bullet Camera)

4.กล้องวงจรกระบอก
(Bullet Camera)

      กล้องกระบอก มีลักษณะตามชื่อเลยคือจะกลม ยาว และมีปีกหมวกด้านบนของกล้องเพื่อบังแดด บังฝนที่สาดใส่กล้อง ส่วนมากออกแบบมาให้สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร ตามรั้วหน้าบ้านหรือชายคาบ้านเป็นต้น  ซึ่งกล้องประเภทนี้จะเป็นเลนส์ Fix ขนาดของเลนส์คงที่ หรือบางรุ่นราคาสูงๆหน่อยก็จะได้เลน์ที่สามารถปรับซูมเองได้ อย่างเช่นกล้องกระบอก ที่เป็น IP CAMERA จะมีฟังก์ชั่น Auto Focus ภาพให้เองโดยที่ไม่ต้องปีนบันไดไปปรับที่หน้าเลนส์กล้อง

5.กล้องซ่อน (Hidden Camera)

5.กล้องซ่อน
(Hidden Camera)

             กล้องวงจรปิดแบบซ่อน ส่วนมากจะมีขนาดเล็กประมาณฝาขวดน้ำ หรืออาจจะเล็กเท่ากระดุมเสื้อ บางรุ่นสามารถต่อไมค์เพิ่มได้เพื่อดักฟังเสียงและบันทึกลงเครื่องบันทึกที่รองรับการบันทึกเสียงด้วย

6.กล้องวงจรปิด Speed Dome PTZ (Pan/Tilt/Zoom)

6.กล้องวงจรปิด
Speed Dome PTZ
(Pan/Tilt/Zoom)

       กล้องวงจรปิดสปีดโดม จะมีลักษณะเป็นลูกกลมๆ ใหญ่ๆ เหมือนลูกบอล มีขนาดใหญ่ ส่วนมากจะเห็นติดตั้งตามห้างสรรพสินค้า อย่างเช่น เซ็นทรัล สยามพารากอน กล้อง Speed Dome ส่วนมากจะใช้สำหรับดูภาพเหตุการณ์โดยรวมๆ สามารถตั้งให้หมุนไปแต่ละตำแหน่งที่ต้องการ มักจะใช้คู่กับ keyboard เพื่อต้องการสั่งให้หมุน หรือต้องการซูมเข้าไปดูในพื้นที่เสี่ยงได้ชัดเจนขึ้น กล้องชนิดนี้มีราคาค่อนข้างแพง

      บางรุ่นอาจจะมีฟังก์ชัน Auto tracking ไว้คอยตรวจจับเวลามีคนเดินผ่านสามารถหมุนติดตาม และซูมเข้าไปให้เองอัตโนมัติให้อีกด้วย สำหรับช่วงหลังๆมา เห็นกล้องสปีดโดมติดตั้งตามไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ เพื่อดูความคืบหน้าในงานก่อสร้าง และนำมาใช้ทำทามแลป เพื่อเป็นวิดีโอในการก่อสร้าง